กรมอนามัย  ชี้ สวนสาธารณะมีปัจจัยการติดเชื้อโควิด-19 ค่อนข้างต่ำ สามารถออกกำลังกายในที่โล่งแจ้งได้ หลังจากคลายล็อกยังต้องคุมเข้มตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อลดการติดและแพร่กระจายเชื้อโควิด-19

251
blank

กรมอนามัย  ชี้ สวนสาธารณะมีปัจจัยการติดเชื้อโควิด-19 ค่อนข้างต่ำ สามารถออกกำลังกายในที่โล่งแจ้งได้ หลังจากคลายล็อกยังต้องคุมเข้มตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อลดการติดและแพร่กระจายเชื้อโควิด-19

blank

วันนี้ (16 มิถุนายน 2564) นายแพทย์สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ภายหลังที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค) ได้ผ่อนคลายการเปิดให้บริการสวนสาธารณะตามปกติเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมานั้น แต่การปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและเฝ้าระวังการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ยังต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยให้อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่รับผิดชอบหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้กรมอนามัยได้จัดทำแนวทางการเปิดสวนสาธารณะ โดยย้ำมาตรการ  3 สร้างคือ สร้างมาตรฐาน สร้างความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจ ให้กับประชาชนในการป้องกันโควิด-19  โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานต่าง ๆ ผ่านแคมเปญ “ตัดความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกัน มุ่งมั่นป้องกันโควิด-19”  เพื่อให้ประชาชนได้รับการประเมินความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกันโรค ตามมาตรการป้องกันโรคและสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ ซึ่งกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนที่ออกกำลังกายภายในสวนสาธารณะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะมาตรการพื้นฐานคือการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเมื่อเข้าในพื้นที่และขณะเดินออกกำลังกาย ยกเว้นขณะออกกำลังกายระดับปานกลาง–หนัก เช่น วิ่ง ไม่ควรสวมหน้ากากนอกจากนี้ให้มีการเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร และไม่ควรจับกลุ่มคุยกัน หรือจับกลุ่มกันเดิน และควรมีการวางแผนช่วงเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในกลุ่มคนจำนวนมาก ที่สำคัญทั้งก่อนและหลังทำกิจกรรมขอให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อกลับถึงบ้านให้เปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำทันที

“ทั้งนี้ ในส่วนการดูแลสถานที่สวนสาธารณะนั้น ขอให้คุมเข้มตั้งแต่จัดให้มีจุดคัดกรองพนักงานดูแล    และผู้มาใช้บริการ ด้วยการสังเกตและสอบถามอาการในเบื้องต้น หรือใช้เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย หากพบว่ามีไข้หรือมีอุณหภูมิร่างกายมากกว่าหรือเท่ากับ 37.5 องศาเซลเซียส หรือมีอาการป่วย เช่น ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อยหอบ ต้องงดให้บริการและแนะนำให้ไปพบแพทย์ทันที ส่วนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้ทำความสะอาด  บริเวณพื้นที่ทางเดินออกกำลังกาย พื้นถนน ประตู สวน เก้าอี้ ม้านั่ง จุดให้บริการน้ำดื่ม โดยเฉพาะก๊อกน้ำดื่ม อุปกรณ์และอื่น ๆ ที่มีการใช้ร่วมกันภายในสวนสาธารณะเป็นประจำทุกวันก่อนและหลังเปิดสวนสาธารณะ      ด้วยน้ำยาทำความสะอาดวันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นจุดสัมผัสหรือที่ใช้ร่วมกัน หากมีผู้ใช้บริการมาก   ให้เพิ่มความถี่ทำความสะอาดอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง จัดระยะห่างระหว่างเก้าอี้นั่งในบริเวณสวนสาธารณะให้มีระยะห่างกัน 1-2 เมตร และจัดให้มีถังขยะสภาพดีที่มีฝาปิด สำหรับทิ้งขยะ และให้รวบรวมขยะออกจากสวนสาธารณะทุกวันเพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป สำหรับห้องส้วมให้หมั่นทำความสะอาดอย่างน้อย   ทุก 2 ชั่วโมง หรือหลังผู้ใช้บริการเข้าใช้บริการด้วยน้ำยาทำความสะอาด  และฆ่าเชื้อโรคด้วยสารฆ่าเชื้อโรคบริเวณ    จุดที่มีการใช้ร่วมกัน ได้แก่ กลอนหรือลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ อ่างล้างมือ ที่รองนั่งโถเป็นต้น เพื่อสร้างสุขอนามัยที่ดี”รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ที่มา : กรมอนามัย

ลิ้งค์ข่าว : https://pr.moph.go.th/?url=pr/detail/2/02/159919/&fbclid=IwAR0faO3NIQGqH-1URB5NurJhD9YOF0MPPUJFbh3KfP1TIef0N7dZM-5x4og