เชียงใหม่ประกาศ! ขยายระยะเวลางดให้บริการในช่องทางปกติของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ ออกไปถึง 30 เม.ย. 63 โดยสามารถใช้ช่องทางการติดต่อผ่านระบบออนไลน์แทนได้
เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2563 คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกประกาศคําสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 17/2563 เรื่อง เปลี่ยนแปลงเวลาให้งดการให้บริการในงานบริการบางประเภทของหน่วยงานราชการ โดยระบุว่า
ตามที่ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้มีคําสั่ง ที่ 9/2563 เรื่องให้งดการให้บริการ ในงานบริการบางประเภทของหน่วยราชการ ลงวันที่ 6 เมษายน 2563 ให้สํานักงานประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ และสํานักงานประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ สาขาฝาง งดให้บริการชั่วคราวตามช่องทางปกติ โดยให้เปิดบริการ ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของสํานักงานประกันสังคม www.sso.go.th กลุ่ม. “Line.บวร” (บ้าน วัด โรงเรียน สถานประกอบการ) Facebook สํานักงานประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ จนกว่าจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดจากเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ไม่ให้แพร่กระจายไปในวงกว้าง และลดความแออัดเบียดเสียดของประชาชนในการใช้บริการของหน่วยราชการ นั้น
จังหวัดเชียงใหม่ตรวจสอบพบว่า ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 กําหนดให้มีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 ดังนั้น เพื่อให้คําสั่งดังกล่าวมีความสอดคล้องกับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 จึงอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และข้อ 2 ของข้อกําหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อ จังหวัดเชียงใหม่ตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 22/2563 เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2563 จึงเปลี่ยนแปลงคําสั่ง คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 9/2563 ลงวันที่ 6 เมษายน 2563 ให้มีผลจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563
อนึ่ง การดําเนินการตามคําสั่งนี้เป็นไปตามพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จึงไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วย การจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาทางปกครอง ตามมาตรา 16 ของพระราชกําหนดดังกล่าว
ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 หรือต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน สองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ตามมาตรา 18 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 สั่ง ณ วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2563
