น่าเห็นใจ! 2 สาว หอบหลักฐานร้องสื่อ ถูกมิจฉาชีพลวงสมัครงาน เอาเอกสารบัตรประชาชนไปแอบอ้างโกงเงินทั่ว ล่าสุดเจ้าตัวถูกแจ้งความเดือดร้อนตกเป็นแพะโดยไม่รู้ตัว

2648

น่าเห็นใจ! 2 สาว หอบหลักฐานร้องสื่อ ถูกมิจฉาชีพลวงสมัครงาน เอาเอกสารบัตรประชาชนไปแอบอ้างโกงเงินทั่ว ล่าสุดเจ้าตัวถูกแจ้งความเดือดร้อนตกเป็นแพะโดยไม่รู้ตัว

วันที่ 30 มิ.ย.63 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.กมลลักษณ์ สายทอง อายุ 20 ปี ชาว จ.ลำพูน และ น.ส.ลีลาวัลย์ ยินดีสุข อายุ 21 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ที่ได้นำหลักฐานเอกสารมาแสดงกรณีที่ทั้งคู่ถูกชายมิจฉาชีพไม่ทราบชื่อ ได้นำเอกสารหลักฐานบัตรประชาชน ซึ่งเจ้าตัวได้ถูกลวงให้ส่งเป็นเอกสารเพื่อสมัครงานกับบุคคลดังกล่าว โดยลวงว่าได้เปิดธุรกิจร้านอาหารและกำลังหาพนักงาน ทำให้หญิงสาวทั้งสองหลงเชื่อและได้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการสมัครงาน รวมทั้งหลักฐานเอกสารภาพถ่ายบัตรประชาชนไปให้ แต่ต่อมากลับมีผู้เสียหายหลายรายและจากหลายจังหวัดติดต่อกลับมา พร้อมทั้งระบุว่าตนเป็นคนร้ายและมิจฉาชีพที่ก่อเหตุฉ้อโกง โดยลวงขายสินค้าต่างๆ อีกทั้งได้มีการแจ้งความดำเนินคดีทั้งๆ ที่เจ้าตัวไม่ได้ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด จนทำให้ได้รับความเดือดร้อนต้องวิ่งเต้นหอบหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้เร่งดำเนินการตรวจสอบติดตามจับกุมตัวคนร้าย และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจจากการที่ถูกคนร้ายแอบอ้างนำเอกสารหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนไปก่อเหตุด้วย

โดยทาง น.ส.กมลลักษณ์ หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยกับทางผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ตนได้เข้าไปค้นหาที่ทำงานในเว็บไซค์ ซึ่งช่วงนั้นกำลังตกงานจนกระทั่งได้ไปเจอลิงค์ของเว็บไซค์หนึ่งที่กำลังเปิดรับสมัครงานจึงเข้าไปดูและเกิดความสนใจจึงได้ติดต่อกับผู้รับผิดชอบ โดยแจ้งกับตนว่าให้ส่ข้อมูลเอกสารผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ จากนั้นตนจึงส่งเอกสารสำเนาต่างๆ สำเนาบัตรประชาชน รวมทั้งรูปถ่ายไป แต่ทางฝั่งนั้นบอกกับตนว่าสำเนาบัตรประชาชนไม่ชัดเจน และขอให้ส่งบัตรประชาชนทั้งด้านหน้าและด้านหลังแบบชัดๆ ตนจึงได้ส่งไปใหม่อีกครั้ง แต่ด้วยความที่อยากได้งานจึงไม่ทันคิดว่าต้องมีการใส่ลายน้ำหรือเซ็นลายลักษณ์อักษรกำกับด้วย หลังจากที่ตนส่งเอกสารไปเรียบร้อยแล้วทางนั้นก็มีการนัดสัมภาษณ์ซึ่งตอนนั้นตนก็ได้พบกับชายคนหนึ่ง ซึ่งไม่ค่อยดูน่าไว้วางใจ โดยในระหว่างการพูดคุยชายคนดังกล่าวก็มีการสวมใส่แว่นตาและผ้าปิดปาก เพื่อบดบังใบหน้าอีกทั้งยังไม่ค่อยสบตาเวลาพูดคุย ซึ่งตอนนั้นตนก็จึงไม่ทันได้สังเกตหน้าตาอย่างชัดเจน หลังจากพูดคุยกันแล้วชายคนดังกล่าวยังได้เรียกเก็บเงินกับตน 500 บาท โดยอ้างว่าใช้ทำการเปิดบัญชี ตนก็ได้จ่ายเงินไป แต่หลังจากครบกำหนดวันทำงานทางชายคนดังกล่าวก็เลื่อนนัดบ่ายเบี่ยง และสุดท้ายตนก็ไม่ได้ทำงาน และมั่นใจว่าถูกหลอกแต่ก็ทำใจถือว่าฟาดเคราะห์ไป รวมทั้งหลังเกิดเรื่องตนก็ได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง และได้ลองตรวจสอบดูยังจุดที่ตั้งของร้านที่ตนสมัครแต่ปรากฎว่าไม่มีร้านดังกล่าวแต่อย่างใด และคิดว่าเรื่องคงจะจบแค่ตรงนั้น

จนกระทั่งในเวลาต่อมา หลังเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้ประมาณเดือนกว่าๆ และตนก็เพิ่งมารู้เมื่อวาน (29 มิ.ย.63) ว่ามีคนนำบัตรประชาชนของตนไปแอบอ้างฉ้อโกงผู้อื่น จากนั้นตนจึงได้ตรวจสอบก็พบว่ามีผู้เสียหายทั้งสิ้น 6 ราย โดยมีผู้ที่ถูกนำบัตรประชาชนไปแอบอ้างโกงคนอื่น 2 ราย และคนที่ถูกนำบัตรประชาชนไปหลอก 4 ราย โดยผู้ที่ถูกหลอกอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ 1 คน จังหวัดปทุมธานี 1 คน นราธิวาส 1 คน และที่เชียงใหม่ 1 คน นอกจากนี้จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนได้รับความเดือดร้อนจากการที่คนร้ายใช้เอกสารบัตรประชาชนของตนไปแอบอ้างอย่างมาก โดยมีผู้เสียหายบางรายได้ทำการแจ้งความดำเนินคดีกับตนแล้วทั้งๆ ที่ตนไม่ทราบเรื่องและไม่ได้เป็นคนไปก่อเหตุแต่อย่างใด รวมทั้งขณะนี้ยังมีผู้เสียหายรายอื่นๆ ติดต่อมาหาตนเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งขณะนี้ทางกลุ่มผู้เสียหายก็ได้มีการตั้งกลุ่มเพื่อเร่งดำเนินการรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายที่ก่อเหตุนั้นอาจจะมีการก่อเหตุเป็นกลุ่ม และอาจสร้างความเสียหายมากขึ้นหากไม่มีการดำเนินคดีหรือติดตามจับกุมตัว

อย่างไรก็ตามในวันนี้ตนก็จะได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และเพื่อยืนยันตัวตนด้วยว่าตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงฉ้อโกงแต่อย่างใด รวมไปถึงอยากฝากแจ้งเตือนประชาชนด้วยว่าหากมีบุคคลหรือใครที่แอบอ้างใช้ชื่อของตนติดต่อไปหา ให้ระมัดระวังด้วย รวมทั้งหากมีการส่งเอกสารในการสมัครงานในลักษณะดังกล่าวก็ควรตรวจสอบเอกสารที่มีความสำคัญให้ดีก่อน เช่น หลักฐานบัตรประชาชนที่ควรจะมีการลงลายลักษณ์อักษรไว้เพื่อยืนยันตัวตน และเพื่อป้องกันการนำไปปลอมแปลงแอบอ้าง ดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนในครั้งนี้ด้วย