(มีคลิป Video) เภสัชกร รพ.นครพิงค์ ยืนยัน!! กรณีข่าวรับน้ำมันกัญชาฟรี ไม่เป็นความจริง หลังมีการแชร์ข้อมูลกันผิดๆ บนโซเชียล จนมีประชาชนหลงเชื่อ ย้ำชัดน้ำมันกัญชายังเป็นยานอกบัญชียาหลัก และมีเงื่อนไขขอรับการรักษาของโรงพยาบาล ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ
วันที่ 24 กันยายน 2563 รายงานข่าวแจ้งว่า จากกรณีที่ขณะนี้บนโลกโซเชียล ได้มีกระแสข่าว และการแชร์ข้อมูล ซึ่งระบุว่าในตอนนี้น้ำมันกัญชา ได้เข้าสู่บัญชียาหลักกระทรวงสาธารณสุข และประชาชนสามารถไปติดต่อขอรับได้ตามโรงพยาบาลจังหวัด โดยการนำบัตรประชาชน ยาที่กินอยู่ ประวัติการรักษา ผลเลือด และผลตรวจสุขภาพ รวมทั้งเอกสารอื่น เพื่อติดต่อรับนำมันกัญชาได้ฟรีนั้น ส่งผลทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้น อีกทั้งบางรายก็ได้ติดต่อไปยังโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อขอรับน้ำมันกัญชาที่จะนำมาใช้รักษาอาการของโรคต่างๆ เอง รวมทั้งกรณีที่เกิดขึ้นยังมีประชาชนบางรายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้ติดต่อไปยังโรงพยาบาลนครพิงค์ เพื่อติดต่อขอรับน้ำมันกัญชาเนื่องจากข่าวดังกล่าวที่ปรากฏออกมาแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุดทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยัง เภสัชกร นพสิทธิ์ ขันตี หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกร กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลนครพิงค์ ได้เปิดเผยว่า สำหรับน้ำมันกัญชานั้นจะแบ่งออกเป็น 2 สูตร ซึ่งน้ำมันกัญชาสูตรที่ 1 คือ สูตร TSC ที่ใช้ในการรักษาอาการอาเจียนจากการได้ยาเคมีบำบัดหรือยามะเร็ง ที่ทำให้คนไข้กลุ่มที่นอนไม่หลับ สามารถหลับได้ดีขึ้น และทำให้กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นระยะสุดท้ายสามารถบรรเทาอาการปวด หรือรักษาอาการปวดได้ และสูตรที่ 2 คือ สูตรผสมที่ใช้ TSC 1 ส่วน ผสมกับ CDD 1 ส่วน ที่เป็นสารเคมีในน้ำมันกัญชา โดยสูตรที่ 2 นั้นจะใช้ในทางระบบประสาท อย่างเช่น อาการสั่นจากโรคพาร์กินสัน เป็นต้น โดยทั้ง 2 กลุ่มดังกล่าวยังมีการจัดซื้อจากองค์การเภสัชกรรม และจะมีการจัดส่งมาให้ตามโควตาที่ได้มีการจัดซื้อ และโดยหลักการนั้นน้ำมันกัญชาในปัจจุบันยังถือว่าอยู่นอกบัญชียาหลักแห่งชาติทั้ง 2 สูตร ดังนั้นคนไข้โดยทั่วไปจะต้องชำระเงินเอง ยกเว้นข้าราชการที่ต้องมีสิทธิ์ตามต้นสังกัดของตัวเอง และการที่จะเดินเข้ามาติดต่อที่โรงพยาบาลนครพิงค์แล้วมาขอซื้อหรือขอรับน้ำมันกัญชาด้วยตัวเองนั้นยืนยันว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากการเข้ามานั้นจะต้องแจ้งความประสงค์ที่ห้องทะเบียนก่อน แล้วจึงแจ้งความประสงค์ว่าต้องการรับน้ำมันกัญชาในเงื่อนไขใด แล้วหลังจากนั้นจึงจะมีการส่งต่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจอีกที่ว่าเข้าเงื่อนไข หลักเกณฑ์ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้หรือไม่ว่าคนไข้ที่เข้ามาติดต่อนั้นอยู่ในกลุ่มที่ควรจะสามารถรับน้ำมันกัญชาเพื่อรักษาโรคได้หรือไม่ และยืนยันว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าเงื่อนไข
ส่วนกรณีที่มีข่าวลือแชร์กันตามสื่อโซเชียล ซึ่งระบุว่า ขณะนี้มียาน้ำมันกัญชาได้เข้าบัญชีหลักแล้ว และสามารถไปติดต่อขอรับได้ตามโรงพยาบาล อย่างเช่นที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็สามารถมาติดต่อรับได้ที่โรงพยาบาลนครพิงค์นั้น ตนขอชี้แจงและยืนยันข้อเท็จจริงว่าในขณะนี้ น้ำมันกัญชายังเป็นยานอกบัญชียาหลัก แต่ได้รับทราบข่าวเป็นการภายในเบื้องต้น ว่าทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กำลังผลักดันให้นำมันกัญชาเป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ แต่ถึงจะเป็นยาในบัญชียาหลักแล้วนั้นเงื่อนไขการจ่าย ก็ยังคงจะต้องจ่ายตามเงื่อนไขทางการแพทย์ตามที่ได้มีการแจ้งไว้ และไม่ใช่ว่าใครเดินเข้ามาแล้วประสงค์จะรับน้ำมันกัญชาก็รับได้ทุกคน
อย่างไรก็ตามจากกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งทราบว่าข่าวได้มีการเผยแพร่ออกไปตามสื่อออนไลน์ต่างๆ มาประมาณอาทิตย์กว่าที่ระบุว่า ทางโรงพยาบาลนครพิงค์จะแจกน้ำมันกัญชาฟรีให้กับผู้ป่วยหรือประชาชนทุกคนที่มาแจ้งความประสงค์ ซึ่งตรงนี้ยืนยันว่า “ไม่ใช่เรื่องจริง” เนื่องจากในปัจจุบันทางโรงพยาบาลยังอยู่ในการใช้น้ำมันกัญชารักษาโรคตามระบบของกระทรวงสาธารณสุขอยู่ และยังไม่มีการแจกฟรีแต่อย่างใด รวมทั้งยังไม่ได้รับการติดต่อจากองค์กรใดไม่ว่าจะเป็นสูตร อาจารย์เดชา ที่มีการแชร์ข้อมูลกัน รวมไปถึงสูตรอื่นๆ และยังไม่ทราบว่าต้นตอของข้อมูลที่เผยแพร่กันนั้นมาได้อย่างไร ซึ่งทางระบบสารสนเทศหรืองานไอทีของโรงพยาบาลกำลังทำการตรวจสอบอยู่ อีกทั้งมีทางประชาชนก็ได้ติดต่อมาสอบถาม ซึ่งทางโรงพยาบาลก็มีการชี้แจงข้อเท็จจริงไปว่ายังไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดในขณะนี้
เภสัชกร นพสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในส่วนของปัจจุบันทางโรงพยาบาลมีผู้ป่วยที่เข้ามาติดต่อขอรับบริการประมาณวันละประมาณ 15 ราย ซึ่งถือว่ามีประมาณค่อนข้างมาก โดย 15 รายที่ว่านี้มีการตรวจสอบและเข้าข่ายที่ต้องใช้ยา รวมไปถึงบางรายที่เข้ามาติดต่อแล้วแต่ตรวจสอบพบว่าไม่เข้าข่ายที่จะต้องใช้ ซึ่งก็ได้มีการชี้แจงไป เนื่องจากการใช้น้ำมันกัญชานั้นก็มีผลข้างเคียงหากไม่มีการใช้อย่างถูกวิธี หรือใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม ซึ่งผลข้างเคียงที่พบเจอมากคือ ผู้ป่วยมีอาการท้องผูก หรือบางรายมีอาการที่เกิดจากการกระตุ้นจนทำให้นอนไม่หลับ รวมทั้งอาการวิงเวียนศีรษะคลื่นไส้ อาเจียน ดังนั้นการใช้น้ำมันกัญชาจึงต้องมีการใช้อย่างถูกวิธีและตามการแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรก่อนจึงจะปลอดภัย