แรงงานไทยหนี้บาน เฉลี่ย 2.7 แสนบาทต่อครัวเรือน สูงสุดในรอบ 14 ปี เหตุรายได้ไม่พอรายจ่าย ค่าครองชีพสูงขึ้น

69

แรงงานไทยหนี้บาน เฉลี่ย 2.7 แสนบาทต่อครัวเรือน สูงสุดในรอบ 14 ปี เหตุรายได้ไม่พอรายจ่าย ค่าครองชีพสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงผลสำรวจสถานภาพแรงงานไทย กรณีศึกษาผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท พบว่า แรงงานส่วนใหญ่ 99.1% มีหนี้ จากปัญหารายได้ไม่พอกับรายจ่าย ทำให้มีภาระหนี้ที่สูงขึ้น ตามค่าครองชีพที่สูง โดยมีการกู้เงินเพิ่ม เพื่อใช้ชำระหนี้ จึงก่อให้เกิดหนี้สะสม โดยภาระหนี้ครัวเรือนของแรงงานไทยในปีนี้ ขยายตัวถึงร้อยละ 25.05 คิดเป็นมูลค่าหนี้ ต่อครัวเรือนสูงถึง 272,528 บาท สูงสุดในรอบ 14 ปี สูงกว่าปีที่แล้วที่เฉลี่ยอยู่ที่ 2.1 แสนบาท หรือ เพิ่มขึ้นถึง 6 หมื่นบาทต่อครัวเรือนในปีนี้ มีภาระผ่อนชำระต่อเดือน 8,577 บาท ทำให้มีการผิดชำระหนี้มากขึ้น โดยในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา แรงงานที่ผิดชำระหนี้เพิ่มขึ้นจาก 31.5% เป็น 41.5%  ที่น่ากังวลคือกลุ่มหนี้บัตรเครดิต ที่ส่วนใหญ่ 68% ชำระหนี้ขั้นต่ำ และส่วนใหญ่ 73.5% ไม่มีการเก็บออม

แต่อย่างไรก็ตาม นายธนวรรธน์ มองว่า ปัจจุบันที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ตัวเลขหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในสถานะที่ควบคุมได้ ไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงมากเกินไป และแรงงานเป็นหนี้เพื่อให้ได้สินค้าคงทนถาวร เช่น บ้าน ซึ่งการ กลับมาของอัตราหนี้มาจากหลายปัจจัย เช่น การลงทุนเพื่อประกอบอาชีพ รวมถึงหนี้นอกระบบที่เข้ามาอยู่ในระบบ ซึ่งในขณะเดียวกันยังส่งผลให้หนี้นอกระบบลดลงถือเป็นสัญญาณดีที่